20/11/51

posted on 21 Nov 2008 14:13 by sdmsadism

 

20/11/51

สวัสดีไดอารี่ และแล้วก็ถึงวันนี้ วันที่ฉันจะได้ทดสอบเสียทีว่า การไปวิ่งชั้น 4 ทุกวันเป็นเวลาเกือบ 1 อาทิตย์ มันจะช่วยให้ฉันทรงพลังขึ้นแค่ไหน

ช่วงเที่ยงกว่าเราออกเดินทางช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย เพราะแฟนฉันอยากเปลี่ยนทรงผมอีกแล้ว เท่าที่จำความได้ แฟนฉันเปลี่ยนบ่อยจริงๆ และทุกๆครั้งจะสั้นลงเรื่อยๆ

เมื่อแรกเจอ แฟนฉันผมยาวถึงตูดเพราะต่อผม อยู่ไปซักพักเอาผมที่ต่อออก เมื่อไม่กี่เดือนก่อนตัดสั้นเท่าบ่าไป แล้วนี่ยังจะตัดอีกหรือ ฉันว่าอีก 2 ปี แฟนฉันคงจะตัดสกินเฮดแน่ๆ แต่เปลี่ยนลายบากไปเรื่อยๆ

แต่หลังจากได้เห็น ก็ไม่ได้สั้นลงเยอะแฮะ แค่หัวไม่บานๆฟูๆเท่าไหร่ ใช้ได้ทีเดียว แต่ดูท่าแฟนฉันจะยังไม่คุ้นชินเท่าไหร่ และถามตลอดทางว่าเป็นอย่างไรบ้าง

จนในที่สุดเราก็มาถึงคอร์ทแบต คนน้อยกว่าที่คิด มีแค่คอร์ทที่ฉันตีกับอีกคอร์ทที่มีคนตีโต้กันด้วยความเร็วสูงพอๆกับจังหวะกลอง ดูจากเสียงแล้วท่าทางจะยืนตีห่างกันแค่ไม่เกิน 1 เมตร เพราะมันเร็วเหลือเกิน

ชั่งหัวคอร์ทนั้นมันไป สิ่งที่ฉันสนใจคือการพัฒนาทางด้านร่างกายของฉันที่นับวันมันเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ จากการนั่งๆ นอนๆ วาดรูป กินเหล้า กินเบียร์ สูบบุหรี่ โดยที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย

เวลาผ่านไป 15 นาที ฉันยังไม่เหนื่อย เวลาผ่านไป 30 นาที ฉันยังไม่เหนื่อย แฟนฉันเหนื่อยแล้วทั้งๆที่คราวที่แล้วฉันต้องลงไปกองแทบเท้าเพราะหมดแรงแล้ว

เยี่ยมไปเลยไดอารี่ ฟิตเนสเกรียนๆที่บ้านของฉันเปลี่ยนให้ฉันกลายเป็น ironman ได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 อาทิตย์

มีบ้างที่แฟนฉันขอพักแต่ฉันยังฟิตจัดอยู่เลยวิ่งไปวิ่งมารอบคอร์ท มันไม่เหนื่อยเลยมีแค่อาการเมื่อยเล็กน้อยเท่านั้น เพราะฉันไม่ได้เอามือเดินแล้วเอาเท้าชี้ฟ้าตอนไปวิ่ง การตีแบตนานๆเลยทำให้มือและแขนฉันเมื่อยไปบ้าง

เราเล่นกันไปประมาณ 1 ชม กว่า โดยที่ฉันยังมีแรงตีต่ออีกสบายๆ ไม่ได้รู้สึกแข็งแรงแบบนี้มานานแล้ว อยากกลับไปจูบเครื่องวิ่งที่บ้านจัง

เมื่อออกแรงมากก็ย่อมหิวมาก เราตกลงปลงใจไปกิน Sizzler กัน มันเป็นร้านที่ลงตัวทีเดียวสำหรับฉันที่ต้องการกินอาหารมากๆ กับแฟนฉันที่ต้องการกินอาหารที่เน้นผัก

หลังจากกินเสร็จ เราได้ไปดู 20 century boy กัน วันนี้เข้าโรงวันแรก แต่คนไม่เยอะอย่างที่คิดไว้ คงเพราะว่าเป็นวันพฤหัสด้วย

หนังสนุกมาก ถึงแม้จะตัดจากการ์ตูนไปพอสมควร แต่โดยรวมแล้วเท่อย่างยิ่ง ฉันชอบเสียงประกอบหนังจริงๆ ฉันรอที่จะดูภาค 2 ที่จะเข้าตอนปลายเดือนมกราไม่ไหวแล้ว

เมื่อฉันกลับมาถึงบ้าน ฉันรีบเปิดคอมเพื่อเตรียมที่จพสอบถามน้องติวหน่อยว่า ประกาศผลสอบตรงเป็นอย่างไรบ้าง แต่เลื่อนการประกาศผลไปเป็นวันพรุ่งนี้ คณะเรามักเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เท่าไหร่ ฉันชินแล้ว แต่เด็กเปรตพวกนั้นคงรู้สึกเหมือนลงแดงเลยทีเดียว

หมดวันอีกแล้วไดอารี่ วันหนึ่งวันช่างสั้นนัก แต่ฉันก็เสือกเขียนอะไรได้มากมายทั้งๆที่สาระสำคัญมันไม่มีอะไรเท่าไหร่เลย วันนี้ไม่มีไข่ลวก ฉันดีใจจริงๆ ไปก่อนล่ะ อิอิออิ บาย 

19/11/51

posted on 21 Nov 2008 14:12 by sdmsadism

 

19/11/51

สวัสดีไดอารี่ ช่วงนี้ฉันรู้ว่าร่างกายแข็งแรงเหมือนเดิมแล้วแหละ หลังจากได้ไปฟิตเนสบนชั้น 4 เป็นประจำทุกเย็น วิ่ง 20 นาที กับกระเด้าลม 50 ครั้งได้สบายๆและ ถ้าเป็นปกติคงทำไม่ได้แน่

วันนี้ฉันได้ไปหาแฟนฉันที่บ้าน ว่าจะไปเช่าหนังดูทำอาหารกินกัน แต่แฟนฉันดูท่าจะอยากกินส้มตำมากกว่า

ช่วงนี้แฟนฉันอยากกินส้มตำมากเป็นพิเศษ เห็นว่าพยายามลดน้ำหนักอยู่ เลยจะไม่ค่อยกินเนื้อ ต่างกับฉันที่ช่วงนี้กำลังเร่งน้ำหนักควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย

เรื่องปากท้องเลยอาจมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ไม่เป็นไรฉันกินอะไรก็ได้อยู่แล้ว แค่เพิ่มปริมาณเยอะหน่อย

หนังที่เราเช่ามาดูกันคือ Water Horse ตอนนั้นอยากดูมาก เพราะฉันชอบเนสซี แต่มันโปรโมตมากเกินไปจนเอียน และฉันก้อดีใจที่ไม่ได้ดูมันในโรง

อีกเรื่องคือ Pan Labyrinth เรื่องนี้ฉันเคยดูแล้วแหละ แต่แฟนฉันยังไม่เคยดู ตอนดู The fall แฟนฉันชอบมาก ฉันเลยแนะนำให้ดูเรื่องนี้ มันคล้ายๆกัน

ฉันชอบหนังเรื่อง Pan Labyrinth มาก ถึงแม้มันจะจอเล็กลงแล้วก็พากษ์ไทย แต่มันก็ไม่ทำให้หนังแย่ลงเลย ช่างต่างกับ Water Horse ราวฟ้ากับเหว

หลังจากดูหนังเสร็จ ฉันให้แฟนแคะหูให้ เพราะรู้สึกว่าไม่ได้แคะมานานแล้ว สนุกดี ขี้หูบานเลย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมช่วงนี้ถึงหูถั่วบ่อยๆ

เมื่อถึงบ้าน แม่ ทำไข่ลวกมาให้ 3 ลูก + ซาลาเปา 2 ลูกใหญ่ + ขนมจีบ 3 + แอปเปิ้ลอีก 1 จาน พระเจ้า!! นี่มันฆาตรกรรมกันชัดๆ นี่ฉันเพิ่งกินข้าวมายังไม่ถึง ชม เลยนะ

แม่ฉันชอบทำไข่ลวกให้กินเพราะบอกว่ามันจะช่วยเพิ่มน้ำหนักได้ดี เมื่อก่อนฉันก็เคยโดนจับกรอกปากวันละไม่ต่ำกว่า 7-8 ลูก เป็นเวลาเกือบเดือน เชื่อผมเหอะ แม่งไม่ช่วยไรเลยจริงๆ

มันคงผิดที่ฉันเองที่ฉันดันไปบ่นให้แม่ฟังว่าอยากน้ำหนักขึ้นกว่านี้ซักหน่อย จาก 55 ที่เพิ่งมาแตะเมื่อเช้านี้ อยากได้ซัก 57 แต่แม่ฉันไม่พอ จะจัดไป 60

ฉันใช้เวลา ปี1-ปี4 เพื่อให้ได้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจาก 50 เป็น 54 ถ้าจะให้ฉันหนักถึง 60 อายุฉันคงเกือบๆ 30 แน่ๆ

ฉันไปก่อนล่ะไดอารี่ ท้องฉันโตมาก นั่งพิมนานๆไม่ไหว หวังว่าการตีแบตพรุ่งนี้จะช่วยเผาผลาญหน้าท้องฉันได้ อิอิออิบาย

15/1/51

posted on 16 Nov 2008 14:00 by sdmsadism

 

15/11/51

สวัสดีไดอารี่ ในที่สุดฉันก็อ่านโตเกียวทาวเวอร์จบจนได้ ภายในเวลา 2 คืน ฉันก็ไม่รู้ว่าอ่านไปได้ยังไง 300 หน้าในเวลา 2 คืน

ฉันคงอ่านเร็วไปหน่อยเลยไม่รู้สึกว่ามันเป็นหนังสือที่เศร้า เพราะพอถึงช่วงเศร้าฉันอ่านไปอีกแปปๆมันก็ไม่เศร้าเสียแล้ว แย่จัง ฉันอยากอ่านหนังสือแล้วอินไปกับมันเหมือนคนอื่นๆมั่ง

วันนี้แฟนฉันมาหาในบ่วงบ่ายแก่ๆ ฉันบอกแฟนฉันว่าช่วยมาเล่นฟิตเนสที่อยู่บนชั้น 4 เป็นเพื่อนฉันที ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว เครื่องทรมานกระเพาะปัสสาวะในห้องมันไม่ได้ช่วยไรฉันเลย ฉันอยากไปวิ่งข้างบน

อาจจะฟังดูเหมือนยิ่งใหญ่มีฟิตเนสในบ้าน แต่จริงๆมันก็มีอุปกรณ์แค่ 5 ชิ้นเอง ประกอบไปด้วย เครื่องวิ่งไฟฟ้า เครื่องปั่นจักรยานที่เสียแล้ว เครื่องวิ่งอยู่กับที่ เครื่องกระเด้าลม แล้วก็ที่ยกน้ำหนัก 2 กิโล 2 ชิ้น

ฉันไม่นับไอที่อยู่ในห้องฉันนะ ฉันว่ามันเป็นเครื่องทรมานมากกว่า

วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันได้ขึ้นไปเล่นอย่างจริงจังทั้งๆที่มันอยู่มาตั้งนานแล้ว อุปกรณ์ส่วนหนึ่งในนั้นเคยอยู่ในห้องฉันเฉกเช่นเดียวกับเครื่องบริหารกระเพาะปัสสาวะในตอนนี้ แต่ได้ถูกเนรเทศไปชั้นบนเพราะว่า ฉันเห็นมันเป็นแค่ที่พาดผ้าเช็ดตัว

เราทั้ง 2 เล่นไปได้ซักเกือบ ชม ได้ ฉันเพิ่งเคยวิ่งบนเครื่องวิ่งทั้งๆที่มันอยู่บ้านฉันมาเป็นปีแล้ว รู้สึกดีจริงๆ นี่แหละสิ่งที่ร่างกายฉันต้องการ ถ้าเล่นอย่างสม่ำเสมอคราวหน้าฉันคงตีแบตกับแฟฉันได้นานกว่า 15 นาทีแน่ๆ เพราะล่าสุด 15 นาทีฉันก็ลงไปกองกับพื้นแล้ว

ส่วนใหญ่เวลามีเหตุการณ์อะไรครั้งแรก ผู้คงมักให้ความสำคัญ วันนี้ก็เหมือนกันฉันอยากให้เป็นวันฟิตเนสแห่งชาติแล้วให้เป็นวันหยุดราชการ แต่ท่าทางไปทำเรื่องคงไม่ผ่านแน่ ฉันเลยเลิกล้มความตั้งใจไป

วันนี้ลิเวอร์พูลเตะ ฉันอยากดูบอลมาก ฉันอยากกินเบียร์ แต่มีการปิดถนนราชดำเนิน ร่วงเลยมาถึงสะพานปิ่นเกล้า ถึงจะมีคนบอกว่าข้าวสารปิดแต่ฉันไม่ลดความพยายามหรอก ถึงแม้รถเมล์จะสุดสายที่พาต้า ฉันจะเดินไป เดินไปดูหงส์

แต่แล้วก็เกิดจุดแห่งความลังเล ตีนสะพานปิ่นเกล้า ร้านส้มตำมากมายที่ฉันเคยมานั่งกินสมัยเรียน ใจนึงก็อยากกินส้มตำเพราะพลาดมาแล้ว 2 ครั้ง ใจนึงก็อยากไปต่อเพราะฉันอยากดูบอล

สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจว่าจะกินส้มตำ เพราะว่าลิเวอร์พูลกำลังจะเตะ ชั่งหัวข้าวสารมันแล้ว กว่าจะเดินไปถึงคงแทบหมดครึ่งแรก

ส้มตำ เนื้อย่าง ปลาดุกย่าง น้ำตกคอหมูย่าง ต่างมาเรียงรายบนโต๊ะ ฉันแปลกใจนิดหน่อยที่ทำไมมีคำว่าย่างเยอะจัง แต่ชั่งมันเถอะ ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าปลาดุกย่างขนาดใหญ่ที่นอนยิ้มอยู่ตรงหน้าแล้ว

แฟนฉันลงความเห็นว่าไม่เคยกินใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แต่ฉันเฉยๆเพราะเคยกินใหญ่กว่านี้จากการแอบตกปลาในมหาลัย แต่สำหรับร้านข้างทางแบบนี้ก็ถือว่า OK ล่ะ

เราซัดกันไม่หมดเพราะมันเยอะเกินไปหน่อยสำหรับคน 2 คน แฟนฉันได้กินส้มตำสมใจแถมปลาดุกยังอร่อยมากเสียด้วย ฉันก็ได้กินเบียร์สมใจและได้ดูลิเวอร์พูลงัดโบลตันไป 2 เม็ด ทำให้ฉันสุขใจเป็น 2 เท่า

ตอนกลับเราได้ตัดสินใจเดินเล่นไปเรื่อยๆ เพื่อย่อยอาหาร เราเดินจากสะพานปิ่นเกล้ามาสะพานอรุณอัมรินทร์ แล้วได้หยุดนั่งคุยกันเรื่องตอนฉันสมัยเรียนปี 1 ปี 2

แฟนฉันดูมีความสุขดีที่สามารถบังคับให้ฉันเล่าเรื่องน่าอายสมัยเรียนได้ ไม่รู้ว่าผู้หญิงเป็นแบบนี้ทุกคนเปล่า แต่ไม่เป็นไรแฟนฉันหัวเราะมีความสุขฉันก็มีความสุข

หลังจากคุยกันได้ซัก 1 ชม เราก็นั่งรถกลับบ้านกันโดยที่ฉันลงที่ปากซอยแล้วเดินเข้าไปแล้วแฟนฉันยิงยาวไปพระราม 2 เลย

วันนี้ฉันคงต้องพอแค่นี้ก่อน หนักพุงมาก เหนื่อยด้วย ลาก่อนนะไดอารี่ หวังว่าคงได้พบกันใหม่เร็วๆนี้ อิอิออิ บาย

 

12/11/51

posted on 13 Nov 2008 11:46 by sdmsadism

 12/11/51

สวัสดีไดอารี่ วันนี้เป็นวันลอยกระทงแหละ ฉันตื่นเต้นในระดับหนึ่งเลย

วันนี้ฉันโดนแม่ลากไปลอยดอกบัวขอขมาแม่น้ำที่ท่าเรือตรงสะพานตากสินแต่เช้าเลย

ก่อนจะลอยแม่ได้พบของเล่นชิ้นใหม่ มันคือเครื่องทำวาฟเฟิล ฉันรู้ได้ทันทีเลยว่า ฉันคงต้องมีวาฟเฟิลเป็นอาหารรอบดึกอย่างต่ำ 2 อาทิตย์เป็นแน่จนกว่าแม่จะเลิกเห่อของเล่นชิ้นใหม่

ตอนขอขมาแม่บังคับให้ฉันขออโหสิกรรมจากเหล่าปลาที่ฉันเคยตกไว้ แต่ฉันไม่พูดเพราะฉันคิดว่ามันคนละเรื่องกัน แม่เลยพูดให้ว่า

"ขอบรรดาปลาทั้งหลายช่วยอโหสิกรรมให้ลูชายที่โง่เขลาของข้าพเจ้าที่ได้กระทำการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วยความคึกคะนอง"

อึ้งไปเลยไดอารี่ นี่ฉันเป็นคนเลวขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย ฉันแต่คกปลาเพราะเป็นการพักผ่อน ฝึกสมาธิ และออกกำลังกายเบาๆเพราะฉันร่ายกายไม่ดีไปเตะบอลเล่นบาสคงไม่ไหว

ถ้าตกปลาเลวจริงคนญี่ปุ่นกับอเมริกาคงพิการปากแหว่งไปครึ่งประเทศแล้ว

หลังจากกลับบ้านมาพักผ่อน แฟนฉันได้มาหาในช่วงเย็นแล้วพากันไปย่ำราตรีเพื่อลอยกระทง แต่เราทั้ง 2 คงต้องหาไรกินกันก่อน เราจึงมโนภาพส้มตำออกมาเพราะผิดหวังจากคราวที่แล้ว

เราเลยตัดสินใจไปท่าน้ำศิริราช เพราะจะได้เลยไปวัดหลวงพ่อโบสถ์น้อยต่อเลย ฉันอยากยิงปืนจุกยางมากๆ และแฟนฉันก็อยากไปช้อนปลาจนตัวสั่นแล้ว

ฉันผิดหวังเรื่องส้มตำครั้งที่ 2 ในรอบ 1 อาทิตย์เพราะร้านเต็มหมดเลย มื้อนี้จึงต้องไปฝากท้องไว้กับ BlackCanyon ซึ่งก็ไม่แย่เท่าไหร่แค่คนมันเยอะจนจำอาหารที่ฉันสั่งไม่ได้

กินเสร็จเราเดินทางไปวัดหลวงพ่อโบสถ์น้อย แต่คนเยอะมาก เยอะเกินไป นี่ฉันยอมหนีจากภูเขาทองมา เจอแน่นกว่าภูเขาทองอีก ทำให้ความฝันของฉันที่ยิงปืนจุกยางพังทลายลงไป

แฟนฉันเลยเสนอไอเดียว่าให้นั่งรถเมล์ไปเรื่อยๆเจองานวัดที่ไหนก็ลง เป็นความคิดที่ดีทีเดียว เราจึงนั่ง 81 ไปเรื่อยๆจนมาสะดุดแสงสีที่วัดท่าพระ

เสียงโจ๊ะพรึมๆดังมาแต่ไกล ลำโพงแตกๆ นี่แหละสิ่งที่ฉันหาอยู่ เมื่อเดินเข้าไป ฉันพบแล้วจุดหมายของชีวิต เสียงดัง ปุ๊กๆ ของปืนจุกยางทำให้ฉันทราบซึ้งไปถึงสรวงสวรรค์

ฉันเดินวนไปวนมาเพื่อหาที่ช้อนปลาแต่อนิจาไม่มี ฉันเสียใจแทนแฟนฉันจิงๆที่อดช้อนปลา เราจึงไปไหว้พระเพื่อเป็นบุญกุศล แต่เราไม่ได้ลอยกระทงเพราะว่า ลอยในวัดแล้วเขาจะขนไปทิ้ง ฉันเสียดายกระทง

สุดท้านฉันก็ไปยิงปืนจุกยางซึ่งถึงแม้ฉันจะไม่ได้ตุ๊กตาเพราะคนขายมองไม่เห็นว่าฉันยิงตุ๊กตาบินไปดาวนาแม๊กแล้วก็ตาม สายตามันคงมองไม่เป็นจุกยางของฉันที่เคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสงได้หรอก
 
พอยิงเสร็จจึงออกมาถ่ายรูปเล่นข้างถนนเพราะว่าฉันลืมไปว่าพกกล้องมาด้วย เลยต้องถ่ายอะไรซักอย่างเพื่อเป็นความทรงจำของเราซักหน่อย

ถึงแม้ปีนี้ฉันจะไม่ได้ลอยกระทงอย่างที่คนอื่นเขาลอยกัน แต่การได้มาไหว้พระด้วยกันกับแฟนฉัน ได้ยิงปืนจุกยางก็ทำให้ฉันมีความสุขมากแล้วแหละ กระทงมันก็แค่วัตถุที่ไปทำให้น้ำเสียกว่าเดิม ฉันไม่ลอยก็ได้

ดึกมากแล้ว ฉันไปนอนก่อนนะไดอารี่ หวังว่าพรุ่งนี้คงจะมีอะไรที่ทำให้เราต้องมาพูดคุยกันอีก อิอิออิบาย สวัสดี

ปล. ฉันขอโทษ ฉันเขียนยาวไปอีกแล้ว TwT

8/11/51

posted on 09 Nov 2008 22:18 by sdmsadism

 

8/11/2551

สวัสดีไดอารี่ วันนี้ฉันจะพยายามไม่เขียนยาวเหมือนคราวที่แล้วนะ

วันนี้ตามกำหนดการฉันต้องไปกินส้มตำที่วังหลังกับแฟนของฉัน ต่อด้วยการไป meeting ภาคที่ชอปฝั่งนครปฐมจนสิ้มลมหายใจของวัน

วันนี้ฉันแปรงฟันนานเป็นพิเศษเพราะว่าคืนนี้คงจะดื่มของมึนเมาไปมากและคงไม่ได้อาบน้ำแปรงฟันในตอนเช้า เพราะฉันจะกลับมาสอนน้องๆไม่ทัน

ช่วงนี้ชีวิตในการอาบน้ำฉันเปลี่ยนไปเล็กน้อย ฉันรู้จักการแปรงลิ้นจากแฟนฉัน ตอนนี้ฉันเห่อมันมากและใช้เวลาในการแปรงลิ้นมากกว่าการแปรงฟันและถูสบู่รวมกันซะอีก

ตอนนี้ฉันว่าฉันเป็นคนนึงที่มีลิ้นที่สีชมพูที่สุดในโลกเลยล่ะ ขอบคุณแฟนฉันจริงๆที่มันจะนำสิ่งดีๆมาเสนอฉัน และดูเป็นประโยชน์กว่าเครื่องออกกำลังกายของแม่ ที่มุ่งเน้นในการเล่นกล้ามให้กระเพาะปัสสาวะมากกว่าจะได้กล้ามหน้าท้อง

แต่สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องอดกินส้มตำอีกครั้งหนึ่งเพราะสู้แรงลมฝนไม่ไหวเราจึงย้ายไปกิน MK กัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันเพราะฉันต้องไปงาน meeting ที่นครปฐม

60's คือ concept ของ meeting ภาคคราวนี้ สิ่งที่ฉันคาดหวังไว้คือเพลงคลาสสิคจากยุค 60 อย่าง the beatles ซึ่งฉันคลั่งเอามากๆเลย ฉันเคยคิดไว้ว่าวันนึงจะโตขึ้นเป็นบุคคลที่น่าเคารพอย่าง John Lennon

ฉันต้องพบความผิดหวังครั้งที่ 2 ของวัน เพราะรุ่นน้องของฉันเปิดแต่เพลง ska และ hip-hop ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามัน 60 ตรงไหน แต่ก็มีบ้างที่มี the beatles แทรกมาให้ชุ่มชื่นหัวใจถึงจะไม่เคยเปิดจนจบเพลงซักที

เสียง intro เพลง come together ดังไม่ต่ำกว่า 3 ครั้งในคืนนั้น แต่ฉันยังไม่ได้ฟังท่อนที่ร้องว่า come together เลย

ถึงจะผิดหวังเล็กน้อยกับเสียงเพลงแต่บรรยากาศของเพื่อนๆ รุ่นพี่(ที่มาน้อยกว่าที่คิด) และรุ่นน้องก็ทำให้ฉัน ok ไปกับงานนะ สุดท้ายงานจะสนุกได้มันขึ้นกับปริมาณของเบียร์และจำนวนประตูที่ลิเวอร์พูลกดเวสบอมไป 3 เม็ด

เป็นเวลาเกือบตี 4 แล้ว ความสนุกของฉันคงต้องจบลงก่อน พรุ่งนี้ฉันต้องเดินทางกลับมาสอนน้องวันเปิดคอส หวังว่าน้องๆทั้งหลายคงไม่คิดมากอะไรถ้าหากฉันจะยังเห็มนกลิ่นเบียร์และยังไม่สร่างเท่าไรนัก

ฉันทำตามสัญญาแล้วนะไดอารี่ คราวนี้ฉันไม่เขียนเยอะแล้ว พบกันคราวหน้าเมื่อฉันอยากมาคุยกับนายใหม่นะ อิอิออิ บาย
 

6/11/51

posted on 09 Nov 2008 22:14 by sdmsadism

 

 

6/11/2551

สวัสดีไดอารี่ นี่คงเป็นการพบกันครั้งแรกของเรา นายสามารถเรียกเราว่า " เต้ " ได้นะถ้านายมีปาก

นายรู้ไหมไดอารี่ วันนี้แฟนฉันมาหาฉันแต่เช้าเลยพร้อมสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า แวกซ์

ตั้งแต่จำความได้ฉันไม่เคยสู้สึกดีกับการเอาสารเคมีมาแต่งเติมร่างกายเลยนอกจากแป้ง โดยเฉพาะไอพวกสารเหนียวๆที่ต้องนำมาป้ายบนหัวด้วยแล้ว

ฉันคิดว่าผมที่มีอยู่นั้นพระเจ้าได้สร้างมาให้เหมาะสมกับเราที่สุดแล้ว และทรงที่เหมาะกับฉันคงจะเป็นผมยาวแสกกลาง แต่ตอนนี้มันสั้นจู๋เลย

ฉันเคยเถียงกับแม่และแฟนฉันมาตลอดว่าผมไม่ชอบใส่ไอพวกนี้ มันไม่จำเป็น พระเจ้าสร้างฉันมาแบบนี้ นี่คือตัวตนของฉัน

แต่สุดท้ายฉันก็ต้องยอมเพราะแฟนฉันบอกว่าสิ่งมหศจรรย์นี้จะทำให้ผมเหมือนกับนักร้องวง The last shadow puppet อืม... มันก็เป็นเหตุผลที่เข้าท่านะ

สุดท้ายฉันก็ออกจากบ้านไปสยามพร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีถั่วหมักของญี่ปุ่นอยู่บนหัวตลอดเวลา แต่ไม่เป็นไรเพราะตอนนี้ฉันคือนักร้องวง The last shadow puppet

วันนี้ฉันได้ไปกินอาหารญี่ปุ่น และมีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับวาซาบิเล็กน้อย

ทำไมหลายๆคนที่ผมพบถึงไม่กินวาซาบิ แล้วอย่างนี้มันจะเข้าถึงความเป็นญี่ปุ่นได้ยังไง ผู้คนที่เคยไปกินด้วยต่างสยดสยองกับการที่ผมเอาวาซาบิไปผสมจนข้นเป็นแยม

คนพวกนี้แม่งไม่รู้ถึงความสุขล้นตอนวาซาบิวิ่งเข้าโพรงจมูกเลยนายว่าไหมไดอารี่

เหตุการณ์ต่างๆผ่านไป ฉันได้มีโอกาสไปแพลตินัมเป็นครั้งแรก มันเป็นสถานที่ที่ห่วยแตกมากมีแต่ของผู้หญิงกับร้านกางเกงในชายเป้าตุง

แฟนฉันดูท่าทางมีความสุขกับร้านเครื่องสำอางค์ทั้งๆที่หน้าตาคนขายนั้นไม่สามารถสร้างความเชื่อถือได้เลย หน้าตาเธอช่างเหมือนหนังซอมบี้เกรดต่ำมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ได้ใช้การ make up ระดับฮอลีวูดแน่

สรุปแฟนฉันได้เครื่องสำอางค์กระปุกสีม่วงมาพร้อมกับรอยยิ้ม ฉันคิดว่าฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกถ้าเครื่องสำอางค์ของแฟนฉันยังไม่หมด

หลังจากนั้นฉันได้ไปกินไอติม ช่างโชคดีที่พนักงานโง่จำรสไอติมของฉันผิด ฉันเลยได้ฟรี 1 ลูก ปิติยินดียิ่งนัก ขอแนะนำว่าไครสั่งฟองดูมากินให้พูดชื่อรสเยอะๆให้มันสับสนจดผิดแล้วเราจะได้กินฟรี 1 ลูก

ทุกอย่างผ่านไปเหมือนจะราบลื่นดีฉันโบกแทกซี่กลับบ้าน นั่งฟังเพลง oasis ไปเรื่อยๆ เพราะฉันได้ทำพันธสัญญาไว้ว่าถ้าฉันเป็นแฟนเพลง oasis แฟนฉันจะต้องเข้าศาสนาตกปลา แต่จริงๆฉันก็ชอบเพลงของพวกเขานะ

30 นาทีผ่านไปผมไช้เวลาเดินทางจากที่เดิมไม่ถึง 1 กิโลเมตร " นี่มันเหี้ยไรวะเนี่ย " ผมได้แต่คิดในใจเพราะเกรงใจลุงแทกซี่ ถ้ามันเกิดจากการดาวกระจายฉันจะเอารถ 10 ล้อไปดริฟไส่กลางวงเลย

เมื่อเล็งเห็นว่าไม่ดีแน่ ฉันเลยตัดสินใจลงรถแล้วเดินจากบริเวณแพลตินัมมาถึงราชดำเนิน เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ฉันต้องเดินทางไกลแบบนี้มันเฮงซวยเอามากๆแถวตอนนี้ท่อเยี่ยวฉันกำลังจะแตกด้วย

เมื่อถึงบ้านด้วยสภาพเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย และมีความคิดที่จะอยากเก็บความทรงจำบางส่วนเอาไว้ในรูปแบบของไดอารี่ภาพ มันคงน่าสนใจไม่น้อยเลย ถ้าฉันจะมีอะไรไว้เตือนความจำและมีรูปสวยๆกันลืม

และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เราพบกันไงไดอารี่ ตอนนี้ฉันขี้เกียจเขียนแล้ว ฉันว่ามันยาวกว่าที่ฉันคิดไว้ตอนแรกแล้วนะเนี่ย แล้วฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปวาดรูปวะเนี่ย

อิอิออิบาย พบกันใหม่เมื่อฉันมีอารมณ์อยากจะมาเจอกับนาย หวังว่าคราวหน้าฉันจะเขียนสั้นกว่านี้ ประเด็นหลักคือฉันอยากวาดรูปโว้ย

 

edit @ 9 Nov 2008 22:15:48 by sadism